เงินก้อนสุดท้าย
2008-03-17 15:35:34
เงินก้อนสุดท้าย 
จากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก
เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการและผู้สูงอายุ พบว่าปัจจุบันคนไทยที่มีอายุมากกว่า 60 ปี มีมากถึง 12.5% ของจำนวนประชากรทั้งหมดหรือคิดเป็น 8.1 ล้านคนและอีก
20 ปีข้างหน้าจะเพิ่มเป็น 14.4 ล้านคน
นอกจากนั้นยังพบว่าประมาณ 65% ของคนที่เกษียณอายุแล้วยังคงต้องทำงาน
15% ถูกทอดทิ้ง 12% ต้องไปอยู่บ้านคนชรา
มีเพียงประมาณ 8% เท่านั้นที่ใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างมีความสุข
ปัญหาหลักเกิดจากการที่ไม่ได้เตรียมเก็บออมไว้ตั้งแต่อายุยังน้อย มาคิดได้ตอนอายุปาเข้าไปหลักสี่แล้ว
บางคนก็สามารถเก็บออมได้ทัน บางคนก็ไม่สามารถเก็บออมได้ แต่อย่างไรก็ตามเงินก้อนสุดท้ายทุกท่านควรออมให้ได้ จะได้ไม่เป็นภาระของคนที่อยู่ข้างหลัง
หลายท่านที่เคยผ่านประสบการณ์การจัดงานศพให้กับลูก
หลาน ญาติพี่น้องหรือพ่อแม่มาแล้วคงทราบดีว่าจะต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย ในการจัดงานดังกล่าว
มีเงินก็โชคดีไป ไม่มีเงินก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อดำเนินการให้เรียบร้อย การที่เราไม่รู้จักเก็บออมไม่เพียงแต่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน แต่ยังเป็นภาระกับคนรอบข้างและสังคมอีกต่างหาก
เท่านั้นยังไม่พอยามที่สิ้นชีวิตไปแล้วยังเป็นภาระกับลูกหลานญาติพี่น้อง หรือพ่อแม่ที่อยู่ข้างหลังในเรื่องของการจัดงานศพ ยิ่งมีภาระหนี้สินหรือลูกที่ยังอยู่ในวัยเรียนยิ่งไปกันใหญ่หากไม่มีเงินเตรียมไว้บ้าง ด้วยปัญหาต่างๆที่ตามมามากมายจากสาเหตุของการไม่ใส่ใจในเรื่องของการเก็บออม จึงอยากเห็นคนไทยตระหนักและให้ความสำคัญในการเก็บออม ไม่ต้องรอมีเงินมากแล้วค่อยคิดเก็บ
การเก็บออมสามารถทำได้ทุกเวลาและฐานะ มีมากก็เก็บมาก มีน้อยก็เก็บน้อยให้เหมาะสมกับฐานะและขอให้ใช้สูตร "เก็บก่อนใช้" ไม่ใช่ใช้ก่อนแล้วค่อยเก็บรับรองไม่มีวันเก็บเงินได้ตามเป้าหมายที่ตั้ง
อย่างน้อยๆ เงินก้อนสุดท้าย
ต้องมีเตรียมไว้นั่นคือ เงินสำหรับทำศพ
บางคนอาจจะแย้งอยู่ในใจ "ตายแล้วก็ไม่รู้เรื่องแล้วจะเตรียมไว้ทำไม"
คิดแบบนั้นก็จะน่าเกลียดไปหน่อย
ลูกหลาน คนที่เรารัก หรือคนที่รักเราคงทนไม่ได้ ยังไงก็ต้องจัดงานศพให้ตามประเพณีเพียงแค่จัดตามประเพณี
เงินที่ต้องเตรียมไว้อย่างน้อยต้องมีไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท
คิดสวดเพียงแค่ 3 คืนรวมวันเผาศพอีก 1 วัน
มีแขกมาคืนละไม่เกิน 50 คน แล้วถ้าตั้งศพสวดพระอภิธรรม 5
คืนหรือ 7 คืน อย่างน้อยๆ ต้องมีเงินเตรียมไว้ไม่ต่ำกว่า
100,000 บาท สำหรับการบำเพ็ญกุศลแบบธรรมดาๆ แต่ถ้ามีพิธีจีน
เช่น กงเต็ก คงต้องใช้เงินมากกว่านี้
บางท่านที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์อาจนึกภาพไม่ออกว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
เริ่มตั้งแต่ ค่าโลงศพราคามีตั้งแต่ 3,000 ถึงเกือบแสนบาท
ค่ารถส่งศพ
ค่าเจ้าหน้าที่ทำพิธีรดน้ำและบรรจุ
ค่าดอกไม้หน้าศพ
ค่าศาลามีหลายราคาทั้งติดแอร์ และพัดลม ค่าปัจจัยและเครื่องไทยธรรมที่ถวายพระทุกคืนๆ
ละ 4 รูป
ค่าน้ำ และอาหารเลี้ยงแขกที่มาในงานมีทั้งชุดเล็ก
ชุดกลาง ชุดใหญ่ ขึ้นอยู่กับจำนวนแขกในแต่ละคืน
ค่าอาหารสำหรับศพ 3 มื้อ
ค่าพนักงานดูแลจัดพิธี
ค่าธูปเทียน วันเผาศพ
ค่าอาหารพระ 10 รูป รวมทั้งปัจจัยและเครื่องไทยธรรม
ค่าน้ำและอาหารเลี้ยงแขก
ค่าคนแบกโลง
10-12 คน
ปัจจัยถวายพระนำหน้าศพ 1 รูป พระสวดขณะเผาอีก 4 รูป
ค่าดอกไม้จันทน์
ค่าของชำร่วย
ค่าผ้าไตร
ค่าดอกไม้ประดับเมรุ
ค่าสิ่งของในพิธีเก็บกระดูกตลอดจนถึงค่าใช้จ่ายในการลอยอังคาร
สำหรับคนจีนอาจนิยมฝังต้องมีค่าที่สำหรับฝังศพ (ฮวงซุ้ย) ฯลฯ แค่เขียนยังเหนื่อยแล้ว
ค่าใช้จ่ายจิปาถะมากมาย แต่ไม่ต้องห่วงสำหรับวัดส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ จะมีบริการเป็นแพ็คเกจให้พร้อมเรามีหน้าที่จ่ายเงินอย่างเดียว
คนเราปัจจุบันอายุยืนมากขึ้นจำนวนเงินที่ต้องใช้หลังเกษียณจึงต้องเตรียมมากขึ้นด้วย เพื่อชีวิตหลังเกษียณที่มีความสุข
นอกจากนี้ยังต้องเตรียมเงินก้อนสุดท้ายไว้เพื่อไม่ให้เป็นภาระของคนที่อยู่ข้างหลัง
ดังนั้นการเก็บตั้งแต่อายุยังน้อย เก็บก่อนใช้ เก็บอย่างมีวินัย เลือกเครื่องมือการเก็บออมที่ช่วยให้เราเก็บเงินก้อนได้ จึงเป็นหนทางที่ช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้ และไม่เป็นภาระของลูกหลานหรือคนที่เรารัก
*************************************************** ที่มา: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : 1 ตุลาคม พ.ศ. 2550
ป้าย : เก็บออม
Dictionary : เก็บออม

ดีค่ะ ดี
by :
kok
[2008-03-18 14:48:37]
|